ทรัมป์พร้อม “ชัตดาวน์” ถ้าคองเกรสไม่ให้เงินค่าสร้างกำแพง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาพร้อม “ชัตดาวน์” รัฐบาลกลางสหรัฐ หากสภาคองเกรสไม่อนุมัติงบประมาณค่าสร้างกำแพง 165,000 ล้านบาท ภายในสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่านายสตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายแห่งของสหรัฐ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีใจความไปในทางเดียวกัน คือการยืนยันว่าทำเนียบขาว “พร้อมทำทุกวิถีทางที่จำเป็นตามกรอบของกฎหมาย” ในการได้รับงบประมาณเพื่อสร้างกำแพงตามแนวพรมแดนทางใต้ที่ติดกับเม็กซิโก ซึ่งรัฐบาลกลางเชื่อว่าเป็นหนทางเดียวในตอนนี้ที่จะสามารถบรรเทาความรุนแรงของวิกฤติคลื่นผู้อพยพได้

ขณะเดียวกัน มิลเลอร์ย้ำว่าหากความขัดแย้งกับแกนนำของพรรคเดโมแครตไม่สามารถคลี่คลายได้ทันเวลา “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” ที่หมายถึงการชัตดาวน์ ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ระหว่างการพบหารือกับนางแนนซี เปโลซี แกนนำเสียงข้างมากของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร และนายชัค ชูเมอร์ แกนนำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา ที่ทำเนียบขาว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขา “มีความยินดี” ที่จะชัตดาวน์รัฐบาลกลางซึ่งมีงบประมาณก้อนล่าสุดเพียงพอใช้จ่ายถึงวันที่ 21 ธ.ค. นี้ หากสภาคองเกรสไม่อนุมัติงบประมาณมูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 165,000 ล้านบาท ) สำหรับโครงการก่อสร้างกำแพง

อย่างไรก็ตาม เปโลซีกล่าวว่าเธอต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากทำเนียบขาวในเรื่องดังกล่าว และท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน เธอมองว่าสภาสามารถอนุมัติงบประมาณด้านความมั่นคงพรมแดนได้สูงสุด “ไม่เกิน 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 52,800 ล้านบาท ) และไม่ใช่การนำไปก่อสร้างกำแพง แต่ขอให้เป็นการนำไปปรับปรุงหรือซ่อมแซมคุณภาพของรั้วที่มีอยู่แล้ว และเพิ่มการสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพรมแดน

นางแนนซี เปโลซี และนายชัค ชูเมอร์ เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากการชัตดาวน์เกิดขึ้นจริงจะถือเป็นครั้งที่ 3 แล้วเฉพาะในปีนี้ โดย 1 ใน 4 ของหน่วยงานภายใต้สังกัดรัฐบาลกลางจะได้รับผลกระทบ และต้อง “หยุดทำงานอย่างไม่มีกำหนด” ซึ่งรวมถึงกระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่ดูแลเรื่อองพรมแดนโดยตรง และกระทรวงเกษตรที่กำลังแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรกับจีน.